กระเช้า Cable Car จะปิ ดทำการในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตกจะหยุดวิ่ง
เพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือน
นำคณะเดินทางสู่ย่าน Victoria & Alfred Waterfront วิคตอเรีย แอนด์ อัลเฟรด
วอเตอร์ ฟร้อนท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ให้คุณได้สัมผัสความมีชีวิต
ชีวาของเคปทาวน์ มีร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ และเป็นท่าเทียบเรือขนาดเล็กอีก
ด้วย
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน เลิศรสกับเมนูพิเศษกุ้งมังกร+เป๋ าฮื้อ
นำท่านเข้าสู่ที่พัก The Commodore or Radisson Red V&A Waterfront 4*
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 6 เกาะแมวน้ำ - นกเพนกวิน - เคปพอยน์ - แหลมกู๊ดโฮป
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าทีโรงแรม
08.00 น. รถปรับอากาศนำคณะเที่ยวชมความงดงามที่ซ่อนเร้นของเมืองเคปทาวน์ เมืองเก่าแก่ที่
มีอายุกว่า 300 ปี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ปลายสุดของ
แอฟริกาใต้ เป็นเมืองหลวงด้านนิติบัญญัติของอัฟริกาใต้ มีอดีตเก่าแก่และทันสมัยที่สุด
แถมด้วยรางวัลการเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าใจกว้างที่สุดของอัฟริกาใต้อีกด้วย เพราะที่เมืองนี้
คนต่างสีผิวสามารถเดินเคียงบ่าเคียงกันได้ทุกสถานที่
คณะลงเรือที่ท่าฮูทเบย์ (Hout Bay) เพื่อไปชมแมวน้ำที่ เกาะดุยเกอร์ (Duiker Island)
เหล่าแมวนําตัวอ้วนอุยนอนเบียดเสียดอาบแดดกันเต็มเกาะตามธรรมชาติ แล้วแวะเยียม
เหล่าบรรดานกเพนกวิน อัฟริกันทีเมืองไซมอน (Simon's Town) ณ เมืองแห่งนีบ้านเรือน
จะตังลดหลันกันอยู่ตามเนินเขา หันหน้าออกทะเล ซึงเจ้าของส่วนมากเป็ นคนมีฐานะทัง
นัน เมือมาถึงบริเวณชายหาดโบลเดอร์ เจ้าบ้านตัวน้อยนกเพนกวินอัฟริกัน ตัวผู้มีสีสัน
มากกว่าตัวเมีย โดยเฉพาะบริเวณขอบตาจะมีสีชมพู คล้ายแต้มสีอายแชโดว์ไว้อย่างนัน
ส่วนตัวเมียจะไม่มี ลําตัวมีสีด ําขาวตัดกัน แต่ตัวเมียมีสีน ําตาล และมีขนาดใหญ่กว่า นก
เพนกวินทีนีใช้ชิวิตอย่างอิสระสบายอารมณ์ตามธรรมชาติ แล้วเดินทางสู่แหลมแห่งความ
หวัง หรือ แหลมกู๊ดโฮป
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เสริฟ์ด้วยเมนูกุ้งมังกร (Crayfish)
14.00 น. นำท่านเที่ยวชมแหลมแห่งความหวัง หรือ แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope)
อยู่ในเขตสงวน Cape of Good Hope Nature Reserve ปลายสุดแหลม มีประภาคาร
ขนาดใหญ่ จะเห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกัน
ได้ชัดเจนบนผิวน้ำซึ่งเป็นเหตุให้บริเวณนี้ท้องทะเลมักมีหมอกลงจัดอากาศแปรปรวน
ทั้งนี้ เพราะกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาปะทะกัน ทำให้ยากต่อการเดินทางโดยทาง
เรือทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบัน ทัศนะวิสัยไม่ดีนักทำให้เรือชนหินโสโครกหรือชนกันเอง
เสมอๆจนก่อให้เกิดเรื่องราวของภาพหลอนมิติอันลี้ลับและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับ
ฟลายอิ้งดัตช์แมน Flying Dutchman ซึ่งเป็นชื่อเรือที่นักเดินทางเรือชาวดัตช์ ที่พยายาม
จะเดินทางอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป ให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้เรือสูญหายไปในทะเล
ท่ามกลางหมกหนาทึบจนทุกวันนี้ และจุดชมวิวที่สวยที่สุดคือ Cape Point เคปพอยท์
จนได้เวลาอันสมควร นำคณะออกเดินทางกลับสู่เมืองเคปทาวน์
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก The Commodore or Radisson Red V&A Waterfront 4*
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน (พัก 2 คืน)
วันที 7 ไร่องุ่น ไวน์เอสเตท - เคปทาวน์ – ดูไบ - เดินทางกลับประเทศไทย
08.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
09.30 น. นำท่านแวะชมไร่องุ่นและแหล่งผลิตไวน์กันที่ กรูทคอนสแตนเทีย ไวน์เอสเตทที่สร้าง
ด้วยสถาปัตยกรรมแบบดัชต์ ซึ่งยังคงรักษาอาคารบ้านเรือนสมัยเก่าไว้ได้ในสภาพที่ดี
เยี่ยมและสวยงาม มีไร่องุ่นมากมายและเป็นไร่องุ่นที่ดี มีโรงงานผลิตไวน์แดง และมี
บริการให้ชิมไวน์กันด้วย
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่ท่าอากาศยานเคปทาวน์ เพื่อทำการเช็คอิน
18.20 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินเอมิเรสต์ แอร์ไลน์
เที่ยวบินที EK771 / EK 370 (แวะเปลียนเครืองทีสนามบินดูไบ)
วันที 8 เดินทางกลับถึงกรุ งเทพฯ
18.25 น. นำท่านเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ