ทางบริษัทได้เตรียมการเดินทางของคณะทัวร์ก่อน 30 วัน โดยซื้อตั๋วเครื่องบิน, เช่ารถโค้ช, จองที่พัก, ร้านอาหาร สถานที่เข้าชมต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้าให้กับกรุ๊ปทัวร์ กรณีที่เกิดเหตุการณ์ อาทิ การยกเลิกเที่ยวบิน, การล่าช้าของสายการบิน, การพลาดเที่ยวบิน (ขึ้นเครื่องไม่ทัน), การนัดหยุดงาน, การจลาจล, ภัยพิบัติ, การถูกปฏิเสธการเข้าเมือง ทำให้การเดินทางล่าช้า หรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ ไม่สามารถเดินทางไปยังจุดหมายตามโปรแกรมได้ หัวหน้าทัวร์ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนโปรแกรม และไม่สามารถคืนเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ชำระแล้ว เพราะทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ล่วงหน้าแล้ว และหากมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกิดขึ้นนอกจากในรายการทัวร์ หัวหน้าทัวร์จะแจ้งให้ท่านทราบ เพราะเป็นสิ่งที่ทางบริษัท ฯ มิอาจรับผิดชอบได้
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Dolce by Wyndham Milan Malpensa **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 2
มิลาน – ดูโอโม่ – เวอโรน่า - ปาดัว
08.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
Buffet
09.00 น.
เดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์คือ ดูโอโม (DUOMO) มหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรป สร้างในปี 1386 ด้านนอก มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วผ่านชมแกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล อาคารกระจกที่เก่าแก่และมีความสวยงาม หลังจากนั้นนำท่านชมโรงละครโอเปร่า ลาสกาล่า ชมรูปปั้นของ ลีโอนาโด ดาวินชี จิตรกรเอกที่โด่งดัง
(31 ก.ม.)
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
13.00 น.
เดินทางสู่เมืองเวอโรน่า เมืองต้นกำเนิดของนิยายรักอมตะโรมิโอและจูเลียต ที่เล่าขานกันมากว่า 700 ปีโดยท่านเชคเปียร์ นำชมบ้านเลขที่ 23 ของจูเลียต คาปูเลต์ กับภาพของระเบียงแห่งเรื่องราวโรแมนติก ที่จูเลียตเฝ้ารอคอยพบโรมิโอทุกค่ำคืน ผ่านชม Arena หรือ Amphitheatre โรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก
(165 ก.ม.)
16.00 น.
เดินทางสู่จังหวัดปาดัว หรือ ปาโดวา แคว้นเวเนโต เป็นแคว้นที่มีความมั่งคั่ง และเป็นแหล่งอุตสาหกรรมมากที่สุดในประเทศอิตาลี และยังเป็นแคว้นหนึ่งที่มีนักท่อง เที่ยวมามากที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคนในทุกๆ ปี
(85 ก.ม.)
19.00 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Four Point by Sheraton Hotel Mestre **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 3
เที่ยวเกาะเวนิสอันแสนโรแมนติก – ล่องเรือกอนโดล่า – เดินทางสู่เมืองฟลอเร้นซ์
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
Buffet
09.00 น.
นำท่านลงเรือทัศนาจรข้ามสู่เกาะเวนิส (เมืองที่ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน) เกาะเวนิส มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่ซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะ เวนิส ผ่านชม Doge Palace อันเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตและมีความรุ่งเรือง เมื่อครั้งทำการค้ากับตะวัน ออกไกล สะพานถอนหายใจที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต การเป่าแก้วมูราโน่งานฝีมือตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษที่มีชื่อเสียง แล้วไปชมความสวยงามของจตุรัสซานมาร์โค ที่กว้างขวางรายล้อมไปด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบไบเซนไทน์ที่แม้แต่นโปเลียนยังหลงใหล รายล้อมไปด้วยโบสถ์นักบุญเซนต์มาร์ค, หอระฆัง, เสาแห่งนักบุญ ทำให้ดูงามสง่ายิ่งนัก อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก หรือช้อปปิ้งสินค้าของเมืองอาทิ ผ้าลูกไม้ หรือจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1720 นำท่านเที่ยวชมลำคลองน้อยใหญ่ สลับด้วยบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการล่องเรือกอนโดล่า เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิสสู่แกรนด์คาแนล คลองที่กว้างที่สุดของเกาะ และงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่สะพานเรียลอัลโต้
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
15.00 น.
นำท่านเดินทางสู่ นครฟลอเร้นซ์ เมืองต้นกำเนิดของศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ และมีเสน่ห์มากที่สุดในแคว้นทัสคานี
(266 ก.ม.)
19.00 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Starhotels Tuscany **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 4
เที่ยวหอเอนปิซ่า – นครฟลอเร้นซ์ – จตุรัสซินญอเรีย
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
Buffet
08.00 น.
ออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า อันเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก นำเข้าสู่จตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Campo dei Miracoli) แปลว่า "จตุรัสอัศจรรย์" หรือที่ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อ จตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า คือบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างได้แก่ มหาวิหารปิซ่า (Duomo) หอเอน (Torre) หอศีลจุ่ม (Baptistery) เริ่มสร้างปีค.ศ.1173 ค.ศ. แล้วเสร็จในปี 1372 ปัจจุบันยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1987 อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
(88 ก.ม.)
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
13.00 น.
นำคณะเข้าสู่เมืองเก่าของนครฟลอเร้นซ์ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ และเป็นเมืองที่ไม่อนุญาตให้รถโค้ชเข้าไปในเขตเมือง มีมหาวิหารซานตามาเรียเดลฟิโอเร หรือ Duomo แห่งนครฟลอเร้นซ์เป็นศูนย์กลาง ใกล้กันเป็นจตุรัสซินญอเรีย เดิมเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดของแท้มานานกว่า 3 ศตวรรษ ในปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในแกลลอเรีย อะเคเดมี ผ่านชมพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี ที่เก็บงานศิลปะล้ำค่าในยุคกลางใกล้ ชมสะพานอันเก่าแก่เวคคิโอ สะพานแห่งแรกที่ข้ามแม่น้ำอาร์โน จากนั้นรถโค้ชนำท่านชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามา ณ จัตุรัส ไมเคิลแองเจโล
(ฟล ก.ม.)
19.00 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Starhotels Tuscany **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 5
ฟลอเร้นซ์ - น้ำพุทิโวลี - นาโปลี
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
Buffet
08.00 น.
ออกเดินทางสู่เมืองแห่งน้ำพุ ที่เรียกกันว่า ทิโวลี เป็นเมืองที่อยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากกรุงโรมมากนัก เป็นเมืองตากอากาศของผู้มั่งคั่งชาวโรมัน มีสถานที่ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกโลกและควรค่าแก่การเยี่ยมชมคือ The Villa d'Este
(269 ก.ม.)
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชม The Villa d'Este ทั้งวังและสวนออกแบบโดยสถาปนิกชาว อิตาเลียน ตกแต่งอย่างหรูหรา สมกับวลีเด็ดที่ว่า “หากท่านไม่ให้ข้าสร้างวังในกรุงโรม ข้าก็จะสร้างกรุงโรมในวังของข้า” สวนที่งดงามที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน จนได้รับคำกล่าวถึง “น้ำพุร้อยสาย” เสียงน้ำพุที่พุ่งออกมาอย่างสม่ำเสมอ ให้เสียงคล้ายเสียงดนตรี
เดินทางสู่เมืองนาโปลี หรือ เมืองเนเปิ้ล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญทางตอนใต้ อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ
(212 ก.ม.)
19.00 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Radisson Hotel Naples Nola **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 6
นาโปลี - พิพิธภัณฑ์ปอมเปอี – นั่งเรือสู่เกาะคาปรี - พักบนเกาะคาปรี
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
Buffet
08.00 น.
นำท่านสู่เมืองปอมเปอี เข้าชมเขตเมืองเก่าที่ได้รับการจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี (POMPEI) เมืองที่ถูกทับถมจมอยู่ใต้ดินกว่า 1,500 ปี เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟวิชูเวียส ชมสภาพของเมืองที่ขุดค้นขึ้นมา ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอี ทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997 นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของประเทศอิตาลี ที่มีผู้มาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี
(28 ก.ม.)
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่ท่าเรือเมืองนาโปลี เพื่อลงเรือสู่เกาะคาปรี เกาะเล็กๆที่มีธรรมชาติที่สวยงามเป็นสถานที่ตากอากาศของบุคคลสำคัญมาช้านาน ซึ่งรายได้หลักของเกาะนี้มาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
**ทัวร์เดือนม.ค.-มี.ค. จะนำเที่ยวเกาะคาปรีแบบไปเช้า-เย็นกลับ เนื่องจากโรงแรมบนเกาะปิดให้บริการ**
**ทัวร์เดือนเม.ย.-ต.ค. นำท่านเดินทางสู่เกาะคาปรีโดยเรือ High Speed Jet เกาะคาปรี เกาะเล็กๆที่มีธรรมชาติที่สวยงามเป็นสถานที่ตากอากาศของบุคคลสำคัญๆมาช้านาน ซึ่งรายได้หลักของเกาะนี้มาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
นำท่านขึ้นสู่ชุมชนคาปรีอันเก่าแก่ตั้งรกรากมาแต่บรรพบุรุษ จนกลายเป็นศูนย์กลางของเกาะ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการท่องเที่ยวและตากอากาศ ร้านรวงเปิดให้บริการนักช้อปปิ้งได้เลือกสรร
19.00 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Regina Cristina ****หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 7
เกาะคาปรี - ถ้ำบลูกร็อตโต้ - นาโปลี - กรุงโรม
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำคณะเปลี่ยนลงเรือเล็กไปชมถ้ำบลูกร็อตโต้ ที่มีความงดงามอย่างมากและมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ถ้ำน้ำลอดที่มีการกระทบของแสงกับน้ำทะเลสีคราม ทำให้ภายในบริเวณถ้ำประกายไปด้วยแสงสีน้ำเงินจึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว (ทั้งนี้การเข้าชมภายในถ้ำขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศในแต่ละวัน)
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ได้เวลานำคณะลงเรือ Jet นำท่านกลับสู่ฝั่งที่เมืองซอเรนโต้ (Sorrento) เมืองชายทะเลที่มีตัวเมืองเรียงรายตามแนวของผาหินสูง ทิวทัศน์สวยงามเหล่านี้ได้สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว จนเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง
แล้วออกเดินทางต่อสู่กรุงโรม เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิ์โรมันมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี
(246 ก.ม.)
19.00 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Starhotels Metropole **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 8
พิพิธภัณฑ์วาติกัน - น้ำพุเทรวี – สนามกีฬาโคลอสเซียม - บันไดสเปน - เดินทางสู่สนามบิน
08.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
Buffet
09.00 น.
นำท่านสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระ และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน ซึ่งเป็นที่รวบรวมผลงานทางศิลปะที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงศิลปะการตกแต่งฝาผนังรูปสลักแบบคลาสสิค และงานของนักวาดภาพคนสำคัญๆ ของอิตาลีในสมัยกลางและสมัยเรอเนสซองส์ อาทิ จ็อตโต (Giotto), ฟรา แองเจลิโก (Fra Angelico), ฟิลิปโป ลิปปี (Filippo Lippi) และโบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) ซึ่งเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโลที่วาดภาพเขียนสีเฟรสโก้ที่โด่งดังที่สุดของโลกคือ The Last Judgement แล้วไปชมความอลังการของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลัก เฟียต้า ผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจโล เสาพลับพลาที่ออกแบบโดยแบร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งที่สำคัญล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
14.00 น.
นำท่านบันทึกภาพกับสนามกีฬาโคลอสเซียม สิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน แล้วพาท่านไปบันทึกภาพกับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ผ่านชมอนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล หรือพระบิดาของชาวอิตาเลียน ชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันที่โรมันฟอรั่มนำท่านไปชมน้ำพุเทรวี่ ผลงานมาสเตอร์พีซของนิโคลาส ซัลวี ที่มาของเพลง “ทรีคอยน์ออฟเดอะฟาวด์เท่น” ที่โด่งดังในอดีต ซึ่งนักท่องเที่ยวมีความเชื่อว่าหากโยนเหรียญอธิฐานไว้จะได้กลับมากรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง เข้าสู่จตุรัสบันไดสเปน แหล่งพบปะของหนุ่มสาวชาวอิตาเลียนยามว่าง จนกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังเรียงรายไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมของอิตาลี
17.30 น.
ออกเดินทางสู่สนามบินลีโอนาร์โด ดาวินชี เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ มีเวลาให้ท่านได้ทำ TAX REFUND คืนภาษีก่อนการเช็คอิน
22.10 น.
ออกเดินทางโดยสายการบินเอมิเรสต์ แอร์ไลน์ โดยเที่ยวบินที่ EK 096 / EK 372 หรือ EK 096 / EK 370 (ขึ้นอยู่กับพีเรียด) แวะเปลี่ยนเที่ยวบินที่นครดูไบ
(20.50-05.30+1///
09.30+1-18.40+1)
วันที่ 9
เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ
19.25 น.
สายการบินเอมิเรสต์ แอร์ไลน์ นำท่านเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ